40.เรื่องลางมรรคา โดย นางสาวสายฝน แดงด้วง


การวิพากษ์วรรณกรรม ประกอบรายวิชา 001222 ภาษา สังคม และวัฒนธรรม
โดย นางสาว สายฝน  แดงด้วง
รหัสประจำตัว 60662369
คณะ สหเวชศาสตร์ สาขากายภาพบำบัด

ชื่อวรรณกรรม        ลางมรรคา
แต่งโดย                 ปองวุฒิ
พิมพ์ครั้งที่             1
สำนักพิมพ์             บริษัท ก้าวกระโดด  จำกัด
ปีที่พิมพ์                 2557
จำนวนหน้า             221

เนื้อหาโดยย่อ
ปีพุทธศักราช 2471 พิมพ์อนงค์ เป็นหญิงสาวที่มีความคิดก้าวหน้านำสมัยกว่าเพศเดียวกันในยุคนั้นด้วยนิสัยเก่งกล้า ไม่กลัวใคร และไม่เคยมีความคิดอยากแต่งงานอยู่ในหัวแม้สักนิด ทว่าหลังจากช่วยเหลือชายจรจัดไว้จากข้างถนน และได้รับ ตลับแป้งถมทอง เป็นการตอบแทน เธอพบว่าภายในตลับแป้งนั้นมี เพทดวงชะตา สิงสถิตอยู่ เรื่องราวอาถรรพ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อเทพดวงชะตาเผยทางเลือกในอนาคตให้เห็น ทำให้พิมพ์อนงค์ช่วยชีวิต ก่อเกียรติ ผู้เป็นพี่ชายจากความตายได้ในคืนหนึ่ง และหลังจากนั้นชีวิตหญิงสาวก็เข้าไปพัวพันกับชานหนุ่มสามคน หนึ่งคือ โชติช่วง นักหนังสือพิมพ์หัวก้าวหน้าแสนอ่อนโยนที่แอบหลงรักเธอมานานแล้ว สองคือ โรเบิร์ต หนุ่มต่างชาติที่กำลังจะเข้ามาบริหารงานห้างสรรพสินค้าที่บิดาเธอทำงานอยู่ และสุดท้าย หลวงเศรษฐกิจ ข้าราชการอนาคตไกลผู้แสนเจ้าชู้ ชายหนุ่มทั้งสามล้วนแล้วแต่มีความหมายมั่นที่จะได้ครองคู่กับเธอ แล้วใครคือคนที่พิมพ์อนงค์จะเลือกลงเอยด้วย? เมื่อเพทดวงชะตาพยายามเผยให้เห็นว่าทางเลือกทั้งสามนั้นจะทำให้เธอพบกับอะไรบ้าง ทว่านั่นกลับทำให้หญิงสาวรู้สึกว่าเพทดวงชะตาอาจมีความลับบางอย่างซ่อนเร้นอยู่ พิมพ์อนงค์จะต้องรู้ให้ได้ ก่อนที่จะตัดสินใจพลาด!

 คุณค่าของวรรณกรรมที่ได้อ่าน
1. คุณค่าด้านวรรณศิลป์ มีการเลือกใช้ถ้อยคำเหมาะสมกับอารมณ์และสถานการณ์ มีการเล่นคำเพื่อให้เกิดความคล้อยตาม เช่น ด้วยท่าทีเร่งรีบผมสั้นดัดลอนกระดกไหวตามแรงลมจะเกือบจะยุ่งเหยิงทว่าเจ้าตัวหาใส่ใจไม่
2. คุณค่าด้านเนื้อหาสาระ มีการส่งท้านบทให้สนใจน่าติดตาม โดยการทิ้งท้ายให้ส่งท้ายว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป หรือทิ้งท้ายให้คิดตาม ทิ้งท้ายโดยการคายความลับ ทำให้เกิดความสงสัยและติดตาม เช่น "กระผมทำงานอยู่บ้านท่านเจ้าคุณเรืองเดชขอรับ"
3. การนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน ใช้ชีวิตไปโดยที่ไม่รู้อนาคตดีที่สุด อย่าเชื่ออะไรง่ายควรคิดให้ถี่ถ้วนรอบคอบ เชื่อในตนเองเลือกทางของคนเอง ทำสิ่งที่ถูกต้องโดยไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน แม้ว่าคนอื่นจะเป็นอย่างไงควรเคารพและให้เกียรติกับคนเท่าเทียมกัน อย่าดูถูกคนอื่นที่ด้อยกว่า มีน้ำใจช่วยเหลือผู้อื่นที่ลำบาก

บริบททางสังคมและวัฒนธรรมจากการอ่าน
ด้านสังคมในสมัยรัชกาลที่7 ยังมีการใช้ยศฐาบรรดาศักดิ์ อยู่ แสดงให้เห็นสถานะทางสังคมของคนในสมัยนั้น คนที่มีตระกูลสูงและหน้าที่การงานดีย่อมเป็นที่รู้จักและเป็นที่หมายตาหมายใจของคนในสมัยนั้น เช่น หลวงเศรษฐกิจ ทำงานในสังกัดกระทรวงพาณิชย์ เป็นต้น สิทธิมนุษยชนของผู้หญิงและผู้ชายเท่าเทียมกันมากขึ้น ผู้หญิงไม่พึ่งพาผู้ชาย พึ่งตนเองมากขึ้น ในสมัยนั้นถ้าครอบครัวใดยังเป็นคนหัวเก่าก็จะยังมีการจับคลุมถุงชนเพื่อให้ลูกสบาย เช่น เพื่อนของพิมพ์อนงค์ที่พ่อแม่ได้จับการแต่งงานกับคนต่างๆโดยไม่ใช่ความรัก แต่จะมีคนบ้างกลุ่มที่มีหัวสมัยใหม่ให้ลูกเลือกเองโดยไม่บังคับ เช่น พิมพ์อนงค์กับหลวงเศรษฐกิจ
เป็นต้น การแต่งกายของคนในสมัยรัชกาลที่7 มีการสวมเสื้อผ้าคือ เสื้อลูกไม้ และผ้าซิ่น ถ้าเสื้อผ้ายิ่งสวยเท่าไหร่ แสดงว่า ยิ่งมียศสูงเท่านั้น
ด้านวัฒนธรรมค่านิยมต่างๆในสังคม เช่น ห้ามไม่ให้ผู้หญิงออกไปไหนตอนกลางคืน การดูถูกคนที่ฐานะด้อยกว่า มารยาทในสังคม ความเหมาะสมของสถานที่ เช่น ผู้หญิงไม่ควรไปสถานบันเทิง บ่อน หรือ แหล่งอบายมุข ความซื่อสัตย์กับนายของตนเอง ความเชื่อในบาปบุญคุณโทษ ทำอย่าไรได้อย่างนั้น ไสยศาสตร์มนต์ดำ การอบรมสั่งสอนลูกให้เป็นคนดีไม่เข้าไปยุ่งกับสิ่งที่ไม่ดี ไม่ตามใจลูกจนเสียคน ทำตามจารีตประเพณีดั้งเดิม เช่น ผู้ชายให้เกียรติผู้หญิง เป็นสุภาพบุรุษ ถ้าอยากได้ผู้หญิงผู้ชายต้องทำการเอาผู้ใหญ่มาคุย แสดงให้เห็นว่าสังคมในสมัยนั้นมีความรับผิดชอบสูง







ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

35.เรื่องดินสอแท่งสั้น โดย นางสาวจิราภัทร ตรีจินดาภัทร

31.เรื่องทวิภพ โดย นางสาว สุพัตรา ช้างทอง

33.เรื่องคู่กรรม โดย นางสาวอาทิตยา ยิ้มแย้ม