35.เรื่องดินสอแท่งสั้น โดย นางสาวจิราภัทร ตรีจินดาภัทร
การวิพากษ์วรรณกรรม
ประกอบรายวิชา 001222 ภาษา สังคม
และวัฒนธรรม
โดย
นางสาว จิราภัทร ตรีจินดาภัทร
รหัสประจำตัว 60660426
คณะ สหเวชศาสตร์
ชื่อวรรณกรรม ดินสอแท่งสั้น
แต่งโดย ฉวีวรรณ
พุ่มแก้ว
พิมพ์ครั้งที่
1 สิงหาคม 2558
สำนักพิมพ์ นานมีบุ๊คส์พับลิเคชั่นส์
ปีที่พิมพ์ 2558
จำนวนหน้า
104 หน้า
เนื้อหาโดยย่อ
เป็นเรื่องราวของเด็กชายคนหนึ่งที่เกิดในครอบครัวที่ยากจนเด็กชายคนนี้ชื่อก้าวไกลอายุ6
ขวบมีน้องชาย1คนน้องสาว1คน
พ่อทำอาชีพเก็บขยะขาย ส่วนแม่ก็มีหน้าที่ต้องดูแลน้องๆถึงจะยากจนพวกเค้าก็มีความสุข
แต่แล้ววันหนึ่งพ่อผู้เป็นเสาหลักแก่ครอบครัวก็มาเสียชีวิตไปกะทันหันเพราะถูกลูกลงจากการไปเก็บขยะบริเวณที่มีการประท้วง
จากครอบครัวที่ยากจนอยู่แล้วตอนนี้ไม่มีใครที่หาเลี้ยงครอบครัวได้ก็ต้องผันตัวไปนั่งขอทาน
เด็กๆที่เคยได้ไปโรงเรียนก็ต้องออกจากโรงเรียนกะทันหันมาช่วยแม่นั่งขอทานอยู่ข้างถนน
ระยะเวลาผ่านไปก้าวไกลที่นั่งขอทานอยู่ข้างถนนก็เห็นร้านแกลลอรี่อีกฝั่งของถนนซึ่งเจ้าของร้านแต่งตัวดูดีชอบนั่งวาดรูปอยู่ในร้านอยู่เป็นประจำและเค้าก็ได้เห็นนักวาดภาพหลายๆคนที่เดินทางมาเพื่อขายผลงานของตนเองให้กับเจ้าของแกลลอรี่บางคนเจ้าของร้านก็รับซื้อเพราะน่าสนใจแต่บางคนเจ้าของร้านก็ไม่รับซื้อแถมยังโดนตำหนิภาพที่นำมา
ก้าวไกลคิดว่าทำไมเจ้าของร้านถึงได้มีอิทธิพลแก่คนพวกนั้นเค้าก้อเริ่มสนใจและฝันว่าซักวันจะได้เป็นจิตรกรที่โด่งดังและเป็นเจ้าของแกลลอรี่บ้างจากนั้นเค้าก็เริ่มหัดวาดรูปและเปลี่ยนแปลงตัวเองจากขอทานที่ทุกคนรังเกียจต้องผ่าผันอุปสรรค์มากมายกว่าจะได้เป็นจิตรกรและเจ้าของร้านแกลลอรี่
คุณค่าของวรรณกรรมที่อ่านได้
คุณค่าที่ได้จากการอ่านวรรณกรรมเรื่องนี้ได้รู้ว่าคนเรามีความฝันทุกคนไม่ว่าคุณจะฝันเป็นอะไรไม่ว่าคุณจะรวยหรือจนคุณสามารถทำความฝันนั้นให้เป็นจริงได้ถ้าคุณพยายาม
ต้นทุนชีวิตเราไม่เหมือนกัน
การถูกคนอื่นดูถูกก้อเป็นแรงผลักดันอย่างหนึ่งที่จะทำให้เราอยากไปในจุดที่ฝันถึงได้เร็วขึ้น
อยากจะพิสูจน์ตัวเองให้คนอื่นเห็น และอีกอย่างหนึ่งคือการที่ไม่เคยคิดที่จะทิ้งครอบครัวไว้ข้างหลังเลย
มีก็กินด้วยกัน ไม่มีกินก็ไม่มีกินด้วยกัน ช่วยแบ่งเบาภาระแม่โดยการทำงานหาเงินเองตั้งแต่อยู่ชั้น
ป.6 ส่งน้องเรียนและส่งตัวเองเรียน
ถึงแม้จะมีหลายครั้งที่ท้อแท้แต่ก็ไม่เคยทิ้งความฝันนั้นเลยซักครั้ง
คนในชุมชนก็มีทั้งคนที่เห็นใจและคนที่ไม่สนใจ แต่ก็มีบางคนที่ให้การช่วยเหลือมากมายให้โอกาส
เห็นใจ และสงสาร แสดงให้เห็นว่าในชุมชนก็ยังมีคนดีๆอยู่อีกมาก
บริบททางสังคมและวัฒนธรรมจากการอ่าน
บริบททางสังคมในเรื่องผู้คนก็มีทั้งดีและไม่ดีมีคนที่ให้การสนับสนุนมากกว่าคือให้โอกาสที่จะลองทำ
สอนให้ได้เรียนรู้ด้วยตัวเอง เห็นใจเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน
ในความจริงแล้วผู้คนส่วนใหญ่มักจะไม่ค่อยสนใจถ้าไม่ใช่เรื่องของตัวเอง
ส่วนคนที่ไม่ดีเป็นพวกคนที่ชอบเหยียบคนที่ด้อยกว่า ไม่ให้โอกาสคน ดูถูก
คิดว่าตัวเองทำได้ดีกว่า
ในเรื่องตอนที่ก้าวไกลกลับไปเรียนต่อหลังจากที่หยุดเรียนไปกะทันหัน
ก็จะโดนเพื่อนล้อว่าเป็นขอทานบ้าง โดนรุมแกล้งบ้าง ทำให้ไม่มีใครกล้าคบหาด้วย ในตอนที่ก้าวไกลออกไปหน้าชั้นเพื่อไปบอกว่าอยากเป็นอะไรในอนาคตก็จะโดนล้อบ้าง
แต่ก็ยังมีเพื่อนๆอีกบางส่วนที่ให้กำลังใจก้าวไกลเช่นกัน ทำให้เห็นว่าในสังคมมีทั้งคนที่ดีและไม่ดีอยู่ปะปนกันไป
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น